3. การเทรด Breakout และ False Breakout
วิธีการวัดความผกผัน
ความผกผันนั้นเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ได้ในการช่วยหาโอกาสในการเทรดด้วย Breakout ที่ดีได้
ระดับความผกผันจะวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และข้อมูลเหล่านี้จะสามารถช่วยในการจับ Breakout ที่อาจเกิดขึ้นได้
ตัวบ่งชี้บางตัวนั้นสามารถช่วยให้คุณหาความผกผันของคู่สกุลเงินของคุณได้
และการใช้ตัวบ่งชี้เหล่านี้จะสามารถช่วยคุณได้อย่างมากเมื่อคุณมองหาโอกาสในการเกิด Breakout
1. ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่- Moving Average
ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่(Moving Average) นั้นน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดที่ใช้โดยเทรดเดอร์ Forex และถึงแม้ว่ามันจะเป็นเครื่องมือที่ง่าย มันจะให้ข้อมูลที่ไม่เป็นตัวมูลค่า
อธิบายง่ายๆเลย ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือ การวัดค่าเฉลี่ยของการเคลื่อนที่ของตลาดในช่วงเวลา X โดย X นั้นเป็นช่วงเวลาไหนก็ได้ที่คุณต้องการ
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ SMA 20 ช่วงในกราฟรายวัน มันจะแสดงให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในช่วง 20 วันที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อีกหลายประเภท แต่สำหรับวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้ เราจะไม่ลงลึกไปในรายละเอียดของพวกมัน
ลองกลับไปดูที่บทเรียนของเราเรื่อง ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่(Moving Average)
2. Bollinger Bands
Bollinger Bands คือเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับการวัดความผกผันของราคาเพราะว่ามันถูกสร้างมาเพื่อทำเช่นนั้น
Bollinger Bands นั้นมี 2 เส้นที่วาง 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานไว้บนและล่างของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำหรับจำนวน x เวลา โดยที่ x ช่วงเวลาเท่าไรก็ได้ที่คุณต้องการ
ดังนั้น หากเราตั้งมันไว้ที่ 20 เราจะได้เส้น SMA 20 และเส้นอีก 2 เส้น
โดยเส้นหนึ่งจะวาดที่จุด +2 SD เหนือเส้น SMA และอีกเส้นหนึ่งจะวาดที่จุด -2 SD ด้านล่าง
และเมื่อ Band นั้นหดตัวลง มันจะบอกให้คุณทราบว่าความผกผันนั้นต่ำ
เมื่อ Band นั้นขยายตัวออก มันจะบอกให้ทราบว่าความผกผันนั้นสูง
หากต้องการข้อมูลและคำอธิบายเพิ่มเติม ลองไปดูที่บทเรียนของเราเรื่อง Bollinger Bands
3. Average True Range (ATR)
ATR เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการวัดค่าความผกผัน เพราะมันจะสามารถบอกเราถึงค่าเฉลี่ยในช่วงราคาของตลาดในระยะเวลา X โดยที่ X สามารถเป็นระยะเวลาเท่าใดก็ได้ตามที่ต้องการ
ดังนั้น หากคุณตั้ง ATR ไว้ที่ 20 บนกราฟรายวันของคุณ มันจะแสดงให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยช่วงราคาในช่วง 20 วันที่ผ่านมา
เมื่อ ATR ตกลง มันจะชี้ให้เห็นว่าค่าความผันผวนนั้นลดลง ตรงกันข้ามเมื่อ ATR สูงขึ้น มันจะชี้ให้เห็นว่าค่าความผันผวนนั้นมากลง
ก่อนหน้า
ต่อไป