เรียนรู้ Forex

ทีละขั้นตอน

ระดับสูง

เส้นทางที่ตั้งมั่นอยู่ไม่ไกลแล้ว
ในหลักสูตรนี้ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสัญญาณกลับตัว(Divergence Trading), Breakout
และการใช้หลายกรอบช่วงเวลา(Multi time frames) ของกราฟ
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเเนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติม

4. การวิเคราะห์พื้นฐาน

ปัจจัยพื้นฐานที่กระทบต่อมูลค่าสกุลเงิน

มีปัจจัยพื้นฐานหลายตัวที่ช่วยกำหนดความแข็งแรงหรือการอ่อนตัวในระยะยาวของสกุลเงินหลักและส่งผลกระทบต่อคุณในฐานะเทรดเดอร์ Forex เราได้รวมสิ่งที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนี้

การเติบโตและแนวโน้มทางเศรษฐกิจ

เราเริ่มง่ายๆจากเศรษฐกิจและแนวโน้มที่เกิดขึ้นโดยลูกค้า ภาคธุรกิจและรัฐบาล มันง่ายที่จะเข้าใจว่าเมื่อลูกค้ารับรู้ว่าเศรษฐกิจมีความแข็งแรง ผู้บริโภคจะมีความสุขและรู้สึกปลอดภัยและพวกเขาจะใช้เงิน บริษัทจะเต็มใจที่จะรับเงินนี้และคิดว่าเราจะทำอะไรกับเงินเหล่านี้

ในทางกลับกัน เศรษฐกิจที่มีอ่อนแอมักจะมาพร้อมกับลูกค้าที่ไม่ใช้จ่ายกัน ธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างเงินได้หรือไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนั้น รัฐบาลเป็นเพียงที่เดียวที่ยังคงใช้จ่าย แต่คุณคงจะเริ่มเข้าใจแนวคิดนี้แล้ว แนวโน้มทางเศรษฐกิจทั้งทางบวกและทางลบอาจส่งผลกระทบทางตรงในตลาดสกุลเงินได้

การไหลเวียนของเงินทุน

โลกาภิวัฒน์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ทั้งหมดนี้มีส่วนร่วมในการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการลงทุนในแทบทุกที่บนโลกก ไม่ว่าคุณเรียกที่ไหนว่าบ้านก็ตาม

การไหลเวียนของเงินทุนนั้นสามารถวัดจำนวนเงินที่ไหลเข้าและออกจากประเทศหรือเศรษฐกิจได้ เนื่องจากมันเป็นการลงทุนในการซื้อและขาย สิ่งสำคัญที่คุณต้องติดตามคือความสมดุลเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งสามารถเป็นได้ในทางบวกหรือลบ

เมื่อประเทศมีดุลเงินทุนหมุนเวียนเป็นบวก การลงทุนต่างประเทศจะเข้ามาในประเทศมากกว่าการลงทุนออกนอกประเทศ

ดุลเงินทุนหมุนเวียนทางลบนั้นตรงกันข้าม การลงทุนจะออกนอกประเทศไปยังประเทศปลายทางจะมากกว่าการเข้ามาลงทุนในประเทศ ยิ่งมีการเข้ามาลงทุนในประเทศมากเท่าไร ความต้องการสำหรับสกุลเงินของประเทศนั้นจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติต้องการขายสกุลเงินเพื่อซื้อสกุลเงินท้องถิ่น ความต้องการนี้ทำให้สกุลเงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย

เมื่อการลงทุนต่างชาติถอยกลับและนักลงทุนในประเทศก็จะต้องการเปลี่ยนและออกจากการเทรดนั้น จากนั้นคุณจะมีสกุลเงินท้องถิ่นมากมาย เนื่องจากทุกคนทำการซื้อขายสกุลเงินของประเทศหรือของเศรษฐกิจที่พวกเขาลงทุน เงินทุนต่างชาติไม่ต้องการอะไรนอกจากให้ประเทศมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และถ้าหากประเทศใดที่ยังมีตลาดการเงินในประเทศที่สามารถเติบโตได้อยู่นั้นก็ยิ่งดีและเมื่อสกุลเงินท้องถิ่นมีความต้องการที่มากขึ้น มูลค่าของสกุลเงินนั้นก็จะขึ้นสูงไปด้วย

กระแสการค้าและดุลการค้า

เราอยู่ในตลาดระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศต่างๆขายสินค้าของเขาไปยังประเทศต่างๆที่พวกเขาส่งออก ในขณะเดียวกันก็ซื้อ(นำเข้า)สินค้าที่ต้องการจากประเทศอื่นๆ

ทุกๆครั้งที่คุณซื้อของ คุณต้องจ่ายเงินที่คุณหาได้ออกไป ใครก็ตามที่คุณซื้อของจากเขาก็ต้องทำเหมือนกัน

ผู้นำเข้าประเทศสหรัฐแลกเงินกับผู้ส่งออกประเทศจีนเมื่อพวกเขาซื้อสินค้า และผู้นำเข้าประเทศจีนแลกเงินกับผู้ส่งออกชาวยุโรปเมื่อพวกเขาซื้อสินค้า ทุกการซื้อขายทั่วโลกมาพร้อมกับการแลกเปลี่ยนเงิน ที่ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกระแสการไหลของสกุลเงินของประเทศ

ดุลการค้า สามารถวัดอัตราการส่งออกนำเข้าสำหรับเศรษฐกิจได้ มันแสดงให้เห็นถึงความต้องการของสินค้าและบริการของประเทศนั้นๆ และสกุลเงินของประเทศนั้นๆเช่นเดียวกัน ถ้าการส่งออกมากกว่าการนำเข้า จะเกิดสภาพการเกินดุลการค้าและดุลการค้าจะเป็นบวก ตรงกันข้ามถ้าการนำเข้ามากกว่าการส่งออก จะเกิดสภาพการขาดดุลการค้าและดุลการค้าจะเป็นลบ

การส่งออก > การนำเข้า= เกินดุลการค้า = ดุลการค้าเป็นบวก
การนำเข้า > การส่งออก = ขาดดุลการค้า = ดุลการค้าเป็นลบ

การขาดดุลการค้ามีแนวโน้มที่จะผลักดันราคาสกุลเงินลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ผู้นำเข้าสุทธิต้องขายสกุลเงินเพื่อที่จะซื้อสกุลเงินของผู้ค้าต่างชาติที่ขายสินค้าที่เขาต้องการ เมื่อมีการขาดดุลการค้า สกุลเงินท้องถิ่นจะถูกขายเพื่อซื้อสินค้าต่างชาติ ดังนั้น สกุลเงินของประเทศที่ขาดดุลการค้าจึงมีความต้องการต่ำเมื่อเทียบกับสกุลเงินประเทศที่มีการค้าเป็นบวก
ผู้ส่งออกสุทธิ สำหรับประเทศที่มีการส่งออกมากกว่าการนำเข้า จะเห็นว่าสกุลเงินของพวกเขาถูกซื้อมากกว่าโดยประเทศที่สนใจในการซื้อสินค้าส่งออก มันมีความต้องการมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สกุลเงินมีมูลค่าที่สูงขึ้น ทั้งหมดเกิดจากความต้องการในสกุลเงิน สกุลเงินที่มีความต้องการสูงมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่ามากกว่าสกุลเงินที่มีความต้องการต่ำ